กระสือ

กระสือ เป็นผีชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่าอยู่ในร่างของผู้หญิงมักเป็นยาย เช่นเดียวกับการรับประทานอาหารสดพวกเขามักจะออกหากินในเวลากลางคืนและไปเฉพาะส่วนหัวและตับไตและลำไส้ ศพคงถูกทิ้งไว้ที่บ้าน เมื่อไปจะเจอไฟแดงใหญ่ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไฟสีเขียวเรืองแสงซึ่งจะเริ่มมองหาอาหารตั้งแต่หัวค่ำจนถึงตลอดทั้งคืน และจะกลับเข้าร่างใกล้รุ่งสาง

ตอนกลางวันดูเหมือนคนปกติ แต่มีพฤติกรรมหรืออาการผิดปกติเช่นไม่ชอบมองเงียบ ๆ ในที่ลับตาคนไม่คุยกับใครชอบอยู่คนเดียวบางคนไม่ชอบแสงสว่าง.

กระซู่มีมาตั้งแต่สมัยใดยังไม่ทราบแน่ชัด ซึ่งคนในสมัยโบราณมักเรียกว่า “ผีไส้” และต่อมาเรียกว่า “กระสือ” หรือ “กระซู่” ในปัจจุบัน ผู้ที่กำลังเขียนมักจะเป็นคนที่บูชามนต์ดำ (เทคนิคเดรัจฉาน) แต่ทำผิด. จนกลายเป็นจดหมายในที่สุด

กระสือ มักจะไม่ทำร้ายคน ว่ากันว่าเวลาออกหากินเวลากลางคืนเมื่อพบคนมันจะบินหนีไป หากบุคคลใดทำให้เกิดความโกรธและความไม่พอใจเขาจะมีความพยาบาทและอาฆาตพยาบาทเมื่อเขาแก้แค้นบุคคลนั้นแล้วอาจเป็นเพียงการบาดเจ็บหรือแม้แต่ความตาย

ใครคลอดลูกใหม่ ๆ กลิ่นคาวของเลือดจะทำให้ปีศาจเข้ามากัดกินตับไตไส้พุงของหญิงที่คลอดบุตรหรือของทารก ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงมักวางหนามและพุทราไว้ที่ใต้ถุนบ้านซึ่งมีโพรงอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้จดหมายเข้าเชื่อกันว่ากระซู่กลัวหนามที่ลำไส้

นอกจากอาหารดิบแล้วกระซู่ยังชอบกินของไม่สะอาดเช่นอุจจาระ หลังจากกินข้าวเสร็จก็เห็นเสื้อผ้าแห้งค้างคืนก็ไปเช็ดปาก ถ้าเอาผ้าไปต้มกระเสะจะรู้สึกเจ็บแสบปากทนไม่ได้จนขอไม่ให้เดือด

กระสือ

กระสือ

Ka Su is a kind of ghost. It is believed to be in the female body, usually a grandmother. As with eating fresh foods, they are usually nocturnal and go only to the head and liver, kidneys and intestines. The corpse must have been left at home. When you go, you will see a big red light. But most of them are fluorescent green lights, which begin to look for food from early evening until the rest of the night. And will return to his body near dawn.

It looks like a normal person during the day. But there are unusual behaviors or symptoms, such as dislike to look quietly in the open eye, people not talking to anyone, likes to be alone, and others dislike the light.

Ka Su has existed since any time, it is not clear yet. Which people in ancient times often called “ghost worms” and later called “Krasoo” or “Krasoo” today.

People who are writing are often people who worship black magic. (The brute technique) But it made a mistake. It finally became a letter.

Krasue doesn’t usually hurt people. It is said that when nocturnal, when it meets a person, it flies away. If a person causes anger and resentment, he becomes vengeful and malice when he takes revenge on that person, it can be just injury or even death.

Who gives birth to new babies? The fishy smell of blood will cause the devil to eat the liver, kidneys, gut of the woman who gives birth or the baby. For this reason, villagers often place thorns and jujube under a hollowed out house. To prevent the letter from entering, it is believed that the thorn in the intestines is believed to be feared.

In addition to raw food, it also likes to eat unclean items such as feces. After finishing the meal, he saw his clothes dry overnight and then went to wipe his mouth. If you bring the cloth to boil, you will feel pain and burning in your mouth so unbearable that you ask not to boil.

ติดตามเรื่องต่อไปได้ UFABET

ตามตามสาระข้อมูลได้ที่นี่ http://te-ki.com/

ผวาเสียงเดิน หมุนลูกบิด

ผวาเสียงเดิน หมุนลูกบิด นักเรียนฝึกหัดสาวโทรขอความช่วยเหลือหลังจากได้ยินเสียงปริศนาในบ้านครูอายุมากกว่า 40 ปีเป็นคนเดินได้ แล้วหมุนลูกบิดประตูตอนตี 4 รองผอ. เผยเรื่องราวชวนขนลุก

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2563 สภ. เกาะคาอ. เกาะคาจ. ลำปางได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอ. เกาะคาจ. ลำปางว่ามีนักศึกษาสถาบันราชภัฏชั้นปีที่ 4 ที่ มาฝึกงาน. ครูคนหนึ่งในโรงเรียนแจ้งว่าที่บ้านพักครูหลังโรงเรียนมีเสียงเหมือนคนเดินไปมาที่ชั้น 2

และยังได้ยินเสียงเหมือนมีคนบิดลูกบิดประตูตรงข้ามห้องนอน แต่ไม่กล้าออกจากห้อง จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบบ้านพักครูเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นสภาพเก่าอายุประมาณ 40 ปีจึงเข้าตรวจสอบที่ชั้น 2 พบน. ส. เอ (นามสมมติ) อายุ 23 ปีเด็กฝึกงาน 4 ปีเปิดเผยว่า เขามาฝึกงานกับเพื่อน ๆ หลายคน 3 คน

ผวาเสียงเดิน หมุนลูกบิด ซึ่งปกติจะนอนด้วยกัน แต่คืนนี้เพื่อน ๆ ทุกคนกลับบ้านเหลือคนเดียวประมาณตี 4 ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินขึ้นไปบนบ้านชั้นสอง และมีเสียงเหมือนคนพยายามเปิดลูกบิดประตูฝั่งตรงข้ามห้อง จากนั้นเสียงก็เงียบไป ตนกลัวไม่ปลอดภัยจึงเรียกรองผกก. แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

ผวาเสียงเดิน หมุนลูกบิด

Student trainee girl Call for help After hearing the sound of puzzles on the house, the teacher over 40 years old is a walking person. And turn the door knob at around 4 in the morning, the deputy director reveals the creepy story

At 5:00 am on January 12, 2020, the Koh Kha Police Station, Koh Kha District, Lampang Province, was notified by the staff of a school in Koh Kha District, Lampang Province that there were

students of the 4th year Rajabhat Institute who came to train. he room Therefore call to inform the officer to come to check

When he arrived, found The teacher house is a two-storey wooden house, old condition, about 40 years old, so he checked on the second floor, found MissA (fictional name), 23 years old, a 4-year apprentice revealed that he came to train with a number of friends. 3 people

Which would normally sleep together But tonight all friends are back home Left alone Around 4am, he heard a sound like a person walking up to the house on the second floor. And there was a sound like someone trying to open the door knob across the room. Then the sound went silent. He was afraid of being unsafe, so he called the Deputy Director to inform the police to come to investigate.

ติดตามเรื่องต่อไปได้ UFABET

ตามตามสาระข้อมูลได้ที่นี่ http://te-ki.com/

วีจา

ถ้าพูดถึงเกมผีถ้วยแก้ว วีจา ในบ้านเราทีนเอ็มไทยเชื่อว่าเด็ก ๆ หลายคนคงเคยเล่นกันไม่ว่าจะใช้ถ้วยแก้วเหรียญหรือปากกาในการเล่น คู่กับกระดานไม้หรือกระดาษที่มีตัวอักษรต่างๆเขียนอยู่ความหลอนของ Ouija ( วีจา ) หากใครไม่เคยพบจะไม่สามารถรู้ได้ถึงความน่ากลัวของมัน นอกจากนี้ในประเทศอื่น ๆ จะมีการเล่นผีถ้วยแก้ว หรือบอร์ดผีเหมือนในบ้านเรา แต่อุปกรณ์จะแตกต่างจากของเรา วัฒนธรรมการเล่นก็แตกต่างกันด้วย

Ouija ของฝรั่งเรียกว่า OUIJA (VG, Vija) หรือ Ouija board (กระดาน VG) หมายถึงกระดานตัวอักษรและสัญลักษณ์ที่ใช้เรียกผี แต่จะไม่มีพิธีกรรมการใช้ธูป – เทียนเรียกวิญญาณเหมือนของไทย อุปกรณ์ต้องเป็น “กระดาน” และ “แพลนเชตต์” หรือบีกเกอร์เท่านั้น

VG Ouija หรือกระดาน VG เกมดังกล่าวมีรากฐานมาจากคริสตศักราชยุคของ Pythagoras (พีทาโกรัส) เป็นช่วงเวลาแรกสุดที่ใช้ในการติดต่อกับวิญญาณและวิญญาณ Pythagoras เป็นที่รู้จักของทุกคนว่าเขาเป็น “บิดาแห่งตัวเลข” คิดค้นสูตรคูณหรือตารางพีทาโกรัสเป็นต้น

Pythagoras – ในสมัยนั้นถือเป็นรุ่งอรุณของ Pythagoras เขาไม่เพียง แต่มีความสำคัญต่อโลกคณิตศาสตร์ เขายังสร้างแนวคิดมากมายสำหรับปรัชญาและศาสนา ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาลจนถึงทุกวันนี้ชีวประวัติของพีทาโกรัสบางคนไม่สามารถหาข้อเท็จจริงบางอย่างได้อย่างแน่นอนเนื่องจากตำนานต่างๆ นานาซ่อนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชีวิตของชาวพีทาโกรัสมากกว่านักปรัชญาคนใด ๆ ในยุคก่อนโสกราตี

วีจา

When it comes to the Ouaka game in our home, Teen M Thai believes that many children will probably play with each other, whether they use a cup, mug, coin or pen to play. Paired with a wooden board or paper with letters written on it, Ouija’s haunting, if one has never met, will not be able to know its horror. In addition, in other countries, Ouija is played. Or ghost boards like in our house But the device is different from ours. Playing cultures are also different.

Ouija of foreigners is also called OUIJA (VG, Vija) or Ouija board (VG board), referring to the board of letters and symbols used to summon ghosts. But there will be no rituals to use incense – candles to summon spirits like those of Thailand Equipment must be a “board” and “planets” or beaker only.

VG Ouija, or VG board, the game is rooted in the era of Pythagoras (Pythagoras), the earliest time used to connect with spirits and spirits. Pythagoras is known to everyone as He is The “father of numbers” invented the multiplication formula or the Pythagorean table, etc.

Pythagoras – In those days it was the dawn of Pythagoras. He was not only important to the mathematical world. He also created many ideas for philosophy and religion. From the end of the 6th century BC to this day, some Pythagoras’ biographies cannot be exact due to legends. Nana hid more facts about the life of the Pythagoras than any philosopher of pre-Socratesช

ติดตามเรื่องต่อไปได้ UFABET

ตามตามสาระข้อมูลได้ที่นี่ http://te-ki.com/

ทฤษฎีเกี่ยวกับสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

ทฤษฎีเกี่ยวกับสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาดินแดนต้องสาปที่โลกถือเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องลึกลับและลึกลับ ที่ตั้งของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดามีพื้นที่ 1.5 ล้านตารางไมล์ในทะเล ซึ่งตั้งอยู่บนหมู่เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือไปทางตอนใต้ของฟลอริดามุ่งหน้าไปทางตะวันออกทำมุมสี่สิบองศากับละติจูดผ่านบาฮามาสและเปอร์โตริโกจากนั้นกลับไปทางตอนเหนือทางใต้ของเบอร์มิวดาเปลี่ยนภูมิภาคให้เป็นรูปสามเหลี่ยมและ สถานที่เกิดของปรากฏการณ์ ลึกลับขึ้น

ปรากฏการณ์ลึกลับและน่าเหลือเชื่อเริ่มตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2488 จนถึงปัจจุบัน ในน่านน้ำนี้ได้กลืนเครื่องบินมากกว่า 100 ลำและเรือหลายลำ รวมทั้งมนุษย์อื่น ๆ อีกหลายพันคนทั้งหมดนั้นหายไปในชั้นบรรยากาศและพื้นทะเลของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาโดยไม่มีร่องรอยหรือเศษซากใด ของเรือหรือเครื่องบินที่หายไปเหลือให้เห็นเลยและมันยังคงดำเนินต่อไปด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ผู้คนมากมายที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียเหล่านี้พวกเขาพยายามตรวจสอบสาเหตุของปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดและลึกลับนี้อย่างจริงจัง แต่ยังไม่มีใครสามารถบอกสาเหตุและหาทางป้องกันจากอันตรายที่เกิดขึ้นในทะเลบริเวณนี้ได้นับเป็นความท้าทายที่สุดของมนุษย์ เพื่อแก้ปมนักวิชาการต่างเสนอทฤษฎี บางคนบอกว่าเกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน บ้างก็ว่าเกิดจากความผิดปกติของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า บ้างก็ว่าเกิดจากพลังของวัตถุบินลึกลับ ทฤษฎีเกี่ยวกับสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

ทฤษฎีเกี่ยวกับสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

ทฤษฎีเกี่ยวกับสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

The Bermuda Triangle, the cursed land where the world ranks number one in mystery and mystery. The location of the Bermuda Triangle is 1.5 million square miles in the sea. It is located on an archipelago in the North Atlantic Ocean to southern Florida, heading east at a forty-degree angle with latitude through the Bahamas and Puerto Rico, then back north, south of Bermuda, changing the region. To a triangle and The birthplace of the phenomenon More mysterious.

Mysterious and incredible phenomenon, starting from World War II in 1945 to the present. In this waters it swallowed more than 100 planes and ships. As well as thousands of other humans, all disappeared into the Bermuda Triangle’s atmosphere and seafloor without any trace or debris. Of the missing ship or plane, it is left to be seen, and it continues with the increasing number of ships or planes.


Lots of people involved in these extinctions are seriously trying to investigate the cause of this strange and mysterious phenomenon. But no one has yet been able to tell the cause and find a way to protect it from the dangers of this area of ​​sea, which is the greatest human challenge. To solve the clues, scholars all proposed theories. Some say it is caused by inclement weather. Some say that it is caused by an abnormality in the electromagnetic field. Some say it is caused by the power of a mysterious flying object.

ติดตามเรื่องต่อไปได้ UFABET

ตามตามสาระข้อมูลได้ที่นี่ http://te-ki.com/

ขายวิญญาณ ให้ซาตาน

ขายวิญญาณ ให้ซาตาน สัญญากับปีศาจหรือเฟาสต์ต่อรองเป็นความเชื่อทางวัฒนธรรมที่เป็นที่นิยมในแถบตะวันตกของโลก และได้รับการปรับปรุงอย่างมากจากตำนานเฟาสต์และตำนานปีศาจเมฟิสโตเฟลิส (Mephistopheles) แต่พบในคติชนของคริสเตียน.

ตามความเชื่อดั้งเดิมในแม่มดคริสเตียนสนธิสัญญากับปีศาจคือสัญญาระหว่างมนุษย์ที่เรียกว่า “ผู้ว่าจ้าง” กับซาตานหรือซาตานตัวอื่นซึ่งมนุษย์เสนอที่จะยกจิตวิญญาณของตนให้แก่ปีศาจ เพื่อแลกกับการที่ปีศาจจะทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อการกลับมาของปีศาจนี้มีการกล่าวว่าแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความเชื่อเช่นเยาวชนความมั่งคั่งความรู้หรืออำนาจวาสนา ยังเชื่ออีกว่า

บางคนให้คำมั่นสัญญาดังกล่าวเพียงเพื่อแสดงถึงความเคารพต่อปีศาจ และไม่ต้องการอะไรแลกเปลี่ยนเลย. อย่างไรก็ตามการต่อรองเช่นนี้เป็นสิ่งที่อันตรายมาก สำหรับค่าตอบแทนของแรงงานของปีศาจคือจิตวิญญาณของผู้โต้แย้ง เรื่องราวมักจะจบลงด้วยวิธีที่สอนว่านักพนันผู้บ้าระห่ำพบกับความวิบัติชั่วนิรันดร์ หรือในทางตรงกันข้ามอาจจบลงด้วยวิธีตลกขบขันที่คนฉลาดเอาชนะมารด้วยกลวิธีที่ละเอียดอ่อน

ความหวังของสิ่งเหนือธรรมชาติที่ชัดเจนบางครั้งเรียกว่าการทำสัญญากับปีศาจ ตั้งแต่เรื่องราวของสะพานมารในยุโรปจนถึงความสามารถในการเล่นไวโอลินได้อย่างสวยงามของNiccolò Paganini

ขายวิญญาณ ให้ซาตาน

ขายวิญญาณ ให้ซาตาน

The Devil’s Contract or Faust Bargain is a popular cultural belief in the western part of the world. And it has been greatly improved by Faust and the Mephistophelis legend. (Mephistopheles) but found in Christian folklore.

According to traditional belief in Christian witches, the pact with the devil is a contract between a man called a “employer” and Satan, or another Satan, in which humans offer to raise their souls to the devil. In exchange for the demon to do something for the return of this demon, it is said to vary depending on beliefs such as youth, wealth, knowledge or ascendancy. I still believe that

Some people make such promises just to show respect for the devil. And do not want anything to exchange at all However, a bargain like this is very dangerous. As for the compensation of the devil’s labor is the spirit of the contender. The story often ends in a way that teaches that a daredevil gambler meets eternal woe. Or, on the contrary, it might end up with a hilarious way in which a wise person defeats the devil through subtle tactics.

The hope of the apparent supernatural is sometimes called the devil contract. From the story of the devil’s bridge in Europe to Niccolò Paganini’s beautiful violin ability.

ติดตามเรื่องต่อไปได้ UFABET

ตามตามสาระข้อมูลได้ที่นี่ http://te-ki.com/

ความเชื่อเรื่องแมวดำข้ามโลงศพ

ความเชื่อเรื่องแมวดำข้ามโลงศพ เชื่อว่าทุกคนคงเคยดูภาพยนตร์ไทยเรื่องเก่าเกี่ยวกับปีศาจที่จะมีฉากแมวดำตาแดงน่ากลัวกระโดดข้ามโลงศพด้วยเสียงร้องดังฝาโลงศพก็ถูกผลักขึ้นอย่างรุนแรงและศพก็ลุกออกมาอาละวาด เที่ยวหลอกหลอนผู้คนจนวุ่นวายโกลาหล

จริงๆแล้วความเชื่อนี้เกิดจากความเชื่อของจีน เชื่อกันว่าหากแมวดำกระโดดข้ามศพใดศพนั้นจะฟื้นคืนชีพกลายเป็นผีหลอกหลอนชาวบ้านคนอื่น ๆ ในประเทศจีนปัญหานี้แก้ไขได้โดยวางกรรไกรหรือเตารีดไว้ที่ด้านนอกของศพ เพื่อสะกดวิญญาณไม่ให้ลุกไปด้วย

ในตำนานอินเดียโบราณเชื่อว่าแมวดำมีความเกี่ยวข้องกับความตายและวิญญาณชั่วร้าย แมวดำถือเป็นสัตว์พาหนะของกษัตริย์ เทวีแห่งการตายของทารกหรือผีเด็กนั่นเอง ว่ากันว่าหากใครได้พบแมวดำในวันที่ 6 ก็จะพบราชาที่ปรากฏตัวพร้อมเด็กหรือคนตายที่นั่นด้วย นอกจากนี้ชาวอินเดียโบราณเชื่อว่าหากแมวดำเข้ามาสัมผัสหรือใกล้ศพจะทำให้ศพเป็นมลทินไปตลอดกาล

สาเหตุในหลาย ๆ คนรวมทั้งในประเทศไทยเชื่อว่าแมวดำเป็นสัตว์ที่โชคร้าย น่าจะมาจากความเชื่อที่ว่าสีดำเป็นสีแห่งความตายและความโชคร้าย ทำให้แมวซึ่งเป็นสัตว์ที่มีลักษณะลึกลับและน่ากลัวแถมยังมีสีดำอีกด้วย จึงเป็นที่กลัวของคนทั่วไปเมื่อเวลาผ่านไปกลายเป็นเรื่องราวความเชื่อความศรัทธาเกี่ยวกับแมวดำและความตายในประเทศไทย นักวิชาการเชื่อว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากทั้งจีนอินเดียและตะวันตกหลังจากที่ประเทศไทยพัฒนาปฏิสัมพันธ์กับนานาชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ

เพราะถ้าเรายึดตามหลักฐานในตำราโบราณไม่ว่าจะเป็นตำราแมวสมัยอยุธยาหรือที่บันทึกไว้ในสมุดข่อยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นของไทยจะพบว่าคนไทยในอดีตเชื่อว่าแมวดำคือแมว ที่นำโชคลาภและเงินทองมาสู่สัตว์เลี้ยงอีกด้วย ดังคำประพันธ์ที่ว่า “แมวดำเป็นอิสระตลอดไปเลี้ยงไว้จะได้ดีเป็นเสริฐมีสรรพคุณมากมาย”

ความเชื่อเรื่องแมวดำข้ามโลงศพ

ความเชื่อเรื่องแมวดำข้ามโลงศพ

The beliefs about black cats crossing the coffin It is believed that everyone has seen the old Thai movie about the devil, where a scary red-eyed black cat skips over the coffin with a loud cry, the cover of the coffin is pushed up violently and the corpse goes on a rampage. Traveling to haunt the people until the chaos and chaos.

Actually, this belief stems from the belief of China. It is believed that if a black cat jumps over a corpse, it will resurrect, becoming a ghost haunting other villagers in China.The problem is solved by placing scissors or an iron on the outside of the corpse. To spell the spirits not to get up too

In ancient Indian mythology, it was believed that black cats were associated with death and evil spirits. The black cat was considered a royal beast. Devi of the death of a baby or a child ghost.

The cause in many people, including in Thailand, believes that black cats are unfortunate animals. Probably from the belief that black is the color of death and misfortune. Make the cat

ติดตามเรื่องต่อไปได้ ที่นี้

สาระและข้อมูลเพิ่มเติมหหาได้ที่  GooGle

แมวดำ

แมวดำ เป็นสัตว์ร้ายจริง หรือ หรือเพราะขนของมันเป็นสีดำมนุษย์จึงมองว่าแมวดำเป็นสัญลักษณ์ของความลึกลับที่น่ากลัว โดยปกติแล้วแมวเป็นสัตว์กินเนื้อขนาดเล็กที่กลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่อง และถูกจัดให้เป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกเลยก็ว่าได้เพราะมันมีประวัติจารึกไว้ว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจเพื่อนมนุษย์มากว่า 4,000-8,000 ปี

เรื่องราวของแมวได้ปรากฏในหลายวัฒนธรรมของโลก ความเชื่อเรื่องแมวดำมีทั้งดีและไม่ดี เชื่อกันว่าแมวดำเป็นสัตว์นำโชค แต่ในทางกลับกันเชื่อว่ามันเป็นสัตว์นำโชค

เช่นกัน ในวัฒนธรรมอียิปต์โบราณ “แมว” เป็นที่เคารพนับถืออย่างมาก มันถูกนำไปเป็นมัมมี่และถูกฝังในโลงศพอย่างประณีต นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องจากครอบครัวของฟาโรห์แห่งอียิปต์

รวมถึงบูชาเป็นเทวรูปแมวลึกลับ แต่ต่อมาเมื่อโลกเข้าสู่ยุคกลางของยุโรปแทนแมวดำเริ่มถูกตีความว่าเป็น “สัญลักษณ์แห่งความโชคร้าย” เนื่องจากเรื่องราวของแมวดำมีความเกี่ยวข้องกับมนต์ดำและซาตาน นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าแมวดำเป็นสิ่งมีชีวิตที่โชคร้ายซึ่งวิญญาณของแม่มดจะมีชีวิตใหม่หลังจากถูกไฟเผา

แมวดำ

แมวดำ


Is a black cat really a beast? Because its fur is black, humans see it as a symbol of a terrifying mystery. Typically, cats are small carnivores that have become docile pets. It is one of the most popular pets around the world because it has been inscribed as a companion animal for more than 4,000-8,000 years.

The story of cats has appeared in many cultures of the world. The beliefs about black cats are both good and bad. It is believed that black cats are lucky animals. But on the other hand, it is believed to be a beast of luck.

As well, in ancient Egyptian culture, “cats” were very revered. It was taken mummified and finely buried in a coffin. It was also admired by the family of the Pharaohs of Egypt.

This includes a mystical cat idol. But later, when the world entered the Middle Ages of Europe instead, the black cat began to be interpreted as “The symbol of bad luck” as the story of the black cat is associated with black magic and Satan. It is also believed that the black cat is an unfortunate creature whose souls of the witch revive after being burned.

ติดตามเรื่องต่อไปได้ ที่นี้

สาระและข้อมูลเพิ่มเติมหหาได้ที่  GooGle

หมาป่ามนุษย์

เรื่องราวของ หมาป่ามนุษย์ มีการอ้างอิงในหลายวัฒนธรรมร่วมสมัยเช่นเดียวกับแวมไพร์

นอกจากนี้การแปลงร่างของมนุษย์หมาป่ายังเกิดจากผู้ที่ต้องการแปลงร่างเพื่อความแข็งแกร่งและอยู่ยงคงกระพัน ตามความเชื่อของรัสเซียเพื่อที่จะกลายเป็นหมาป่าคุณต้องกระโดดข้ามต้นไม้ที่ล้มลงในป่า จากนั้นก็เอามีดทองแดงเล็ก ๆ

แทงต้นไม้และท่องคาถาและดื่มจากรอยเท้าของหมาป่าและกินสมองของสัตว์ที่ถูกหมาป่าฆ่า หากคุณทำเช่นนี้คุณสามารถกลายเป็นหมาป่าได้ และมีอีกวิธีหนึ่งคือเวลาเที่ยงคืนของคืนพระจันทร์เต็มดวง ปรุงน้ำมันชนิดหนึ่งที่ทำจากต้นไม้ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าหนังหมาป่าและถุงมือฝิ่นผสมกับเลือดค้างคาวและไขมันของเด็กที่ถูกฆ่า นำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดมารวมกันในหม้อ

เมื่อผสมดีแล้วให้ติดตามตัวและคลุมร่างกายด้วยหนังหมาป่า พร้อมกับท่องคาถาขอให้แปลงร่างเป็นหมาป่ามันจะกลายร่างเป็นหมาป่าโดยอัตโนมัติทุกคืนและกลับร่างเป็นมนุษย์ในตอนเช้า คาถานี้จะทำลายได้ก็ต่อเมื่อผู้นั้นตายหรือถูกแทง 3 ครั้งที่หน้าผาก

หมาป่ามนุษย์

หมาป่ามนุษย์

The story of the werewolf It is referenced in many contemporary cultures as well as vampires.

In addition Werewolf transformations are also caused by those who want to transform for strength and invincibility. According to Russian beliefs, in order to become a wolf you must jump over a fallen tree in the forest. Then took a small copper knife

Stabbed a tree and recited a spell And drink from the footprints of the wolf And eat the brains of animals killed by wolves. If you do this, you can turn into a wolf. And there is another way, at midnight on the full moon night. Cook a kind of oil made from an alder called wolf hide and opium mittens, mixed with the bat’s blood and fat of the killed child. Bring all of these things together in a pot.

When mixed well, follow the body and cover the body with the wolf skin. Along with reciting the spell asking to transform into a wolf It will automatically turn into a wolf every night and return to human form in the morning. This spell can only be destroyed if the person dies or is stabbed 3 times in the forehead.

ติดตามเรื่องต่อไปได้ ที่นี้

สาระและข้อมูลเพิ่มเติมหหาได้ที่  GooGle

Megamouth Shark ปลาฉลามลึกลับแห่งท้องทะเล

ในบรรดาสัตว์ถ้าแบ่งตามแหล่งที่อยู่สัตว์ทะเลเป็นที่รู้จักของมนุษย์น้อยมาก เนื่องจากสัตว์ทะเลบางชนิดอยู่ในทะเลลึก. นั่นทำให้โอกาสที่เราจะได้เห็นนั้นมีน้อยมาก หรือบางชนิดยังคงมีอยู่น้อยมากจนเกือบจะสูญพันธุ์ทำให้เรามีโอกาสน้อยที่จะพบพวกมันสัตว์หายากชนิดหนึ่งมีน้อยมากจนแทบไม่รู้ว่ามันคือ Megamouth Shark ฉลามลึกลับแห่งท้องทะเล

ต้องบอกว่าฉลามตัวนี้มีลักษณะที่แตกต่างจากปลาฉลามทั่วไปขนาดตัวเต็มวัย 5 เมตรหนักถึง 4 ตันลักษณะเด่นคือปากกว้างมาก มีฟันแหลมเจ็ดแถวในปาก ความพิเศษของมันคือนักวิทยาศาสตร์ไม่รู้ว่าจะใส่เข้าไปในกลุ่มไหน จนจัดว่าเป็นปลาชนิดใหม่โดยมีเพียงชนิดเดียวเท่านั้น

ฉันต้องยอมรับว่า Megamouth Shark ปรากฏตัวน้อยมากดังนั้นเราจึงเรียนรู้ได้น้อยลง เรารู้แค่ว่าพวกมันกินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร อีกวิธีหนึ่งคืออ้าปากกว้าง ในการกลืนน้ำทะเลจากนั้นกรองน้ำออกให้เหลือ แต่แพลงก์ตอน นอกจากนี้ความฉลาดของมันคือมีสารเรืองแสงบางชนิดอยู่ในปากของมันซึ่งช่วยล่อให้แพลงก์ตอนเข้ามาในอาหารได้มากขึ้น นับว่าเป็นนักล่าที่ฉลาดมาก

Megamouth Shark

ปลาฉลามลึกลับแห่งท้องทะเล

Among animals, if divided by habitat Sea creatures are very few known to humans. Because some marine animals are in the deep sea. That makes the chances that we will see it are very small. Or some species remain so few that are almost extinct, making us less likely to find them One of the rare animals So little we hardly know it is Megamouth Shark, the mysterious shark of the sea.

This shark, I must say, is different in appearance from the general shark, its adult size is 5 meters, weighing up to 4 tons, its distinctive feature is its very wide mouth. There are seven rows of sharp teeth in the mouth. Its specialty is that Scientists do not know which group to put it into. Until classifying it as a new species of fish With only one type of it

I have to admit that the Megamouth Shark is showing up very little, so we can learn less about it. We only know that they eat plankton for food. Another method is that it will open its mouth wide. To gulp down the sea Then the water is filtered out, leaving only plankton. In addition, the intelligence of it is There are some fluorescent substances in its mouth, which help lure more plankton into the food. It was considered a very smart hunter.

ติดตามเรื่องต่อไปได้ ที่นี้

สาระและข้อมูลเพิ่มเติมหหาได้ที่  GooGle

สัตว์ประหลาด

สัตว์ประหลาด หรือสัตว์ประหลาดหมายถึงสิ่งมีชีวิตที่ผิดปกติหรือไม่รู้จักกับมนุษย์ สัตว์ประหลาดถูกกล่าวถึงในตำนานหรือเรื่องเล่าของชนชาติต่างๆมาตั้งแต่อดีต

คำภาษาอังกฤษ “ สัตว์ประหลาด ” มาจากคำภาษาละตินว่า monstrum ซึ่งหมายถึงความผิดปกติทางชีวภาพซึ่งมักใช้เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่เหมาะสมสำหรับธรรมชาติ

ความหมายของคำว่า Monster ไม่เหมือนกับปีศาจที่หมายถึงความชั่วร้าย สัตว์ประหลาดมักหมายถึงสิ่งที่น่ารังเกียจหรือผิดศีลธรรม หรือความผิดปกติทางร่างกายหรือจิตใจที่น่าเกลียดหรือความวิปริตตามธรรมชาตินอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อจำลองคนที่โลภหรือคนที่ดูน่ากลัว

นอกจากนี้สัตว์ประหลาดยังปรากฏในสื่อทางวัฒนธรรมร่วมสมัยเช่นการ์ตูนภาพยนตร์และวิดีโอเกม

โดยทั่วไปแล้วสัตว์ประหลาดมักจะดูน่ากลัวและดุร้าย แต่ในการสื่อสารมวลชนสมัยใหม่ยังมีสัตว์ประหลาดที่มีบทบาทในลักษณะของสัตว์ประหลาดที่เป็นมิตรหรือเข้าใจผิดเช่นคิงคองหรือสัตว์ประหลาดของแฟรงเกนสไตน์

มีสัตว์ประหลาดมากมายในภาพยนตร์เช่น Godzilla ของฮอลลีวูดในปี 1998 ซึ่งดัดแปลงมาจาก Godzilla ของญี่ปุ่นที่เป็นตัวเอกของเรื่อง The Mist ในปี 2008 และแม้แต่ในภาพยนตร์ ภาพยนตร์ไทยเช่นเรื่องมาพร้อมกับความมืดในปี พ.ศ. 2514 กำกับโดยนางสาวชาตรีเฉลิมยุคลมเหสีในปี พ.ศ. 2534 หรือภาคย์ในปี พ.ศ. 2547 เป็นต้น

สัตว์ประหลาด

สัตว์ประหลาด

Monsters or monsters refer to creatures that are out of the ordinary or unknown to humans. Monsters have been mentioned in legends or tales of different peoples since the past.

The English word “ monster ” comes from the Latin word monstrum, which refers to biological anomalies, often taken as a symbol of what is right within for nature.

The meaning of the word Monster is not the same as the devil, which means evil. Monster usually refers to something offensive or immoral. Or an ugly physical or mental disorder Or natural perversion It can also be used to simulate a person who is greedy or a person who looks scary.

In addition Monsters have also appeared in contemporary cultural media including cartoons, movies and video games.

Generally Monsters often appear frightening and ferocious. But in modern journalism, there are also monsters that play a role in the nature of friendly or misunderstood monsters, such as King Kong or Frankenstein’s monsters.

ติดตามเรื่องต่อไปได้ ที่นี้

สาระและข้อมูลเพิ่มเติมหหาได้ที่  GooGle